6/8/60
ก้าวแรกสู่เส้นทางบอกลาปัญหาสิวชั่วชีวิต
หลังจากเริ่มเบื่อและปล่อยวางนิด ๆ กับปัญหาสิวบนใบหน้า ที่ต่อสู้กันมาเกินครึ่งชีวิต
(แต่ยังไม่ละทิ้งความหวัง)
แล้วก็ได้มีโอกาสพบแสงสว่างปลายอุโมงค์ จาก youtube
นั่นคือ คลิป "วิธีล้างหน้าลดสิวอุดตัน (เหมาะสำหรับผิวเป็นสิว & แพ้ง่าย) สไตล์ #บีมสิวซีเคร็ต"
คิดว่าเป็นแนวทางที่น่าจะใช่ที่สุดแล้ว ดูเป็นการแก้ไขที่รากฐานของผิวจริง ๆ ไม่ใช่่แก้ไขสิวระดับผิว ๆ ทำให้ตามจนพบเจ้าของตัวจริง และได้เข้าสู่คอร์สอย่างจริงจังในที่สุด
วิธีรักษาสิวครั้งนี้ เป็นการเปิดโลกใบใหม่ให้เราอย่างครบวงจร
เริ่มล้างหน้า เพื่อเติมความชุ่มชื้นให้ผิว ตามวิธีคุณบีม
* เช็คน้ำเกลือล้างแผล จนสำลีสะอาดไม่มีรอยเปื้อน เช็ดตามแนวโพรงขน
* ทาด้วยน้ำมันมะพร้าวให้ชุ่ม ๆ เล็กน้อย เพื่อละลายสิ่งสกปรกในรูขุมขนทาตามแนวโพรงขน
* * เช็ดด้วยน้ำเกลือล้างแผลอีกครั้งจนหน้าสะอาด ไม่เหลือรอยเปื้อนบนสำลี
* ล้างหน้าตามปกติ ด้วยน้ำผึ้งดิบ (raw honey) และน้ำอุ่น (เพื่อให้ล้างน้ำมันมะพร้าวที่เหลืออยู่ได้หมดจด)
วันอาทิตย์ที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2560
ตำนานสิวคลาสสิค เราไม่ได้สู้อยู่คนเดียว
1/8/60
ช่วงต้นเดือนสิงหาคม 2560 เริ่มบันทึกประวัติการรักษาสิว รวบรวมได้ดังนี้
ประวัติการต่อสู้ที่ยืดเยื้อยาวนานนนนน แต่ก็จะสู้ต่อไป
ประวัติการรักษาใบหน้า
1. พ.ศ. 2533 ใช้เวชภัณฑ์รักษาสิว ของ แพน คอสเมติก เพราะเป็นสิวอุดตันเม็ดเล็ก ๆ
ช่วงเรียนมัธยม ต้องนั่งรถโดยสารไปเรียนในตัวอำเภอ ทำให้ใบหน้าไม่ค่อยสะอาด ชีวิตเริ่มเครียดเพราะต้องตื่นแต่เช้ามืดเพื่อขึ้นรถประจำทางเที่ยวแรกให้ทัน ไม่งั้นจะเข้าเรียนสาย ชีวิตวิ่งสู้ฟัดตลอด 6 ปี
2. พ.ศ. 2539 ลองรักษาตามแนวธรรมชาติบำบัด โดยงดกินนมวัว ชอคโกแล็ต ลดการบริโภคเบเกอรี่ อาหารแปรรูป อาหารขยะ ฯลฯ
ร่วมกับการทานวิตามิน A ช่วงที่ทานวิตามิน A หน้าเรียบเนียนอย่างเห็นได้ชัด แต่ไม่ได้ทานต่อเนื่องนาน เพราะเป็นวิตามินสังเคราะห์
3. พ.ศ. 2549 คิดว่าน่าจะเป็นสิวสเตียรอยด์ เพราะสิวเห่อเม็ดใหญ่ ๆ เต็มหน้า เริ่มเข้าคอร์สทรีทเม้นท์ของคลี นิกรักษาผิว แต่เป็นคอร์สบำรุงผิว หน้าขาวใส ไม่ได้ทำเลเซอร์ หรืออะไรรุนแรง (กรอผิวด้วยเกล็ดอัญมณี 1 ครั้งเฉพาะจุดที่เป็นแผนเป็นลึ กจากอีสุกอีใส)
4. พ.ศ. 2549 ทานยาโรแอคคิวเทน วันละ 1 เม็ด นาน 18 เดือน หน้าขาวใสไร้สิว กริ๊บมาก แต่ยังเหลือรอยหลุมสิว แม้สรรพคุณข้างกล่องยาจะน่ากลัวมาก ๆ แต่แลกกับหน้าที่มีสิวเสตียรอยด์เห่อน่ากลัว เราก็ไม่กลัวอันตรายของยา เรียกว่าไปตายเอาดาบหน้า 555
5. พ.ศ. 2551 หลังจากฤทธิ์ยาโรแอคคิวเทนหมด (หมอบอกว่า มีประมาณ 10% ที่ทานโรแอคคิวเทน แล้วกลับมาเป็นสิวใหม่) เริ่มเป็นสิวอีก
ปกติจะเป็นสิวอุดตัน มีสิวอักเสบเม็ดเล็ก ๆ บ้างประปราย และมีรอยหลุมสิวกระจายทั่วหน้า
หาหมอคลินิกรักษาสิวไปเรื่อย ๆ ไปบ้างหยุดบ้าง จนเริ่มเบื่อ เพราะไม่ค่อยเห็นผลและใช้ เวลาในการเดินทาง จึงหยุดรักษา (ช่วงที่ไปคลินิกหมอแต้ม TCA ให้ด้วยค่ะ)
6. พ.ศ. 2556 ใช้เซรั่มสมุนไพรผลัดผิวหน้า เพื่อรื้อผิวเก่าที่เสีย ๆ ออก เหลือแต่ผิวใหม่ที่ดี ๆ ใช้เซรั่มประมาณ 12 เดือน ช่วงที่ใช้ผิวหน้าจะบาง ๆ ใส ๆ แดง ๆ แห้ง ๆ ไม่มีสิว หลังจากหยุดใช้ผิวจะดีอยู่พั กหนึ่ง แล้วก็กลับเป็นสิวเหมือนเดิม ^^
7. พ.ศ. 2559 เริ่มหาวิธีการรักษาสิวด้ วยตนเอง โดยให้เป็นส่วนหนึ่งในกิจวั ตรประจำวัน จึงเริ่มใช้ BP 5% ใช้นานประมาณ 18 เดือน จนผิวเริ่มเฉย ๆ ดื้อยา สิวไม่ค่อยยุบอีกต่อไป จึงเริ่มหาวิธีดูแลผิ วแบบธรรมชาติ ๆ ไม่ต้องการใช้เคมีอีก เพราะผิวน่าจะดื้อยาขึ้นเรื่อย ๆ
ช่วงนี้ ซื้อ TCA มาแต้มเองด้วยค่ะ (ชอบลอง ^^) หวังผลในการลดรอยแผลเป็น
8. พ.ศ. 2560 ใช้วิธีพอกสมุนไพรต่าง ๆ ช่วยให้ประคับประคองสิวไปได้ แต่ก็ไม่หายหรือดีขึ้นมากนัก และเป็นวิธีที่ค่อนข้างใช้ เวลาในการเตรียม จึงไม่ได้ทำเป็นประจำ
9. พ.ศ. 2560 ประมาณ ต้นเดือนสิงหาคม เจอคลิปคุณบีมใน youtube "ทำไมใช้น้ำมันมะพร้าวแล้วสิวขึ้น" กำลังใช้น้ำมันมะพร้าวในการดูแลผิวหน้า เพราะต้องการลดการใช้เคมีทุกชนิดกับผิว และเจอคลิปอื่น ๆ ที่ตรงกับเรา คือ "วิธีล้างหน้าลดสิวอุดตัน (เหมาะสำหรับผิวเป็นสิว & แพ้ง่าย) สไตล์ #บีมสิวซีเคร็ต" เห็นว่าทำตามได้ง่าย ๆ จึงเริ่มปฏิบัติตาม และตามหาคุณบีมใน fb จนเจอ และผูกปิ่นโตมาจนถึงปัจจุบัน
ช่วงต้นเดือนสิงหาคม 2560 เริ่มบันทึกประวัติการรักษาสิว รวบรวมได้ดังนี้
ประวัติการต่อสู้ที่ยืดเยื้อยาวนานนนนน แต่ก็จะสู้ต่อไป
ประวัติการรักษาใบหน้า
1. พ.ศ. 2533 ใช้เวชภัณฑ์รักษาสิว ของ แพน คอสเมติก เพราะเป็นสิวอุดตันเม็ดเล็ก ๆ
ช่วงเรียนมัธยม ต้องนั่งรถโดยสารไปเรียนในตัวอำเภอ ทำให้ใบหน้าไม่ค่อยสะอาด ชีวิตเริ่มเครียดเพราะต้องตื่นแต่เช้ามืดเพื่อขึ้นรถประจำทางเที่ยวแรกให้ทัน ไม่งั้นจะเข้าเรียนสาย ชีวิตวิ่งสู้ฟัดตลอด 6 ปี
2. พ.ศ. 2539 ลองรักษาตามแนวธรรมชาติบำบัด โดยงดกินนมวัว ชอคโกแล็ต ลดการบริโภคเบเกอรี่ อาหารแปรรูป อาหารขยะ ฯลฯ
ร่วมกับการทานวิตามิน A ช่วงที่ทานวิตามิน A หน้าเรียบเนียนอย่างเห็นได้ชัด แต่ไม่ได้ทานต่อเนื่องนาน เพราะเป็นวิตามินสังเคราะห์
3. พ.ศ. 2549 คิดว่าน่าจะเป็นสิวสเตียรอยด์ เพราะสิวเห่อเม็ดใหญ่ ๆ เต็มหน้า เริ่มเข้าคอร์สทรีทเม้นท์ของคลี นิกรักษาผิว แต่เป็นคอร์สบำรุงผิว หน้าขาวใส ไม่ได้ทำเลเซอร์ หรืออะไรรุนแรง (กรอผิวด้วยเกล็ดอัญมณี 1 ครั้งเฉพาะจุดที่เป็นแผนเป็นลึ กจากอีสุกอีใส)
4. พ.ศ. 2549 ทานยาโรแอคคิวเทน วันละ 1 เม็ด นาน 18 เดือน หน้าขาวใสไร้สิว กริ๊บมาก แต่ยังเหลือรอยหลุมสิว แม้สรรพคุณข้างกล่องยาจะน่ากลัวมาก ๆ แต่แลกกับหน้าที่มีสิวเสตียรอยด์เห่อน่ากลัว เราก็ไม่กลัวอันตรายของยา เรียกว่าไปตายเอาดาบหน้า 555
5. พ.ศ. 2551 หลังจากฤทธิ์ยาโรแอคคิวเทนหมด (หมอบอกว่า มีประมาณ 10% ที่ทานโรแอคคิวเทน แล้วกลับมาเป็นสิวใหม่) เริ่มเป็นสิวอีก
ปกติจะเป็นสิวอุดตัน มีสิวอักเสบเม็ดเล็ก ๆ บ้างประปราย และมีรอยหลุมสิวกระจายทั่วหน้า
หาหมอคลินิกรักษาสิวไปเรื่อย ๆ ไปบ้างหยุดบ้าง จนเริ่มเบื่อ เพราะไม่ค่อยเห็นผลและใช้ เวลาในการเดินทาง จึงหยุดรักษา (ช่วงที่ไปคลินิกหมอแต้ม TCA ให้ด้วยค่ะ)
6. พ.ศ. 2556 ใช้เซรั่มสมุนไพรผลัดผิวหน้า เพื่อรื้อผิวเก่าที่เสีย ๆ ออก เหลือแต่ผิวใหม่ที่ดี ๆ ใช้เซรั่มประมาณ 12 เดือน ช่วงที่ใช้ผิวหน้าจะบาง ๆ ใส ๆ แดง ๆ แห้ง ๆ ไม่มีสิว หลังจากหยุดใช้ผิวจะดีอยู่พั กหนึ่ง แล้วก็กลับเป็นสิวเหมือนเดิม ^^
7. พ.ศ. 2559 เริ่มหาวิธีการรักษาสิวด้ วยตนเอง โดยให้เป็นส่วนหนึ่งในกิจวั ตรประจำวัน จึงเริ่มใช้ BP 5% ใช้นานประมาณ 18 เดือน จนผิวเริ่มเฉย ๆ ดื้อยา สิวไม่ค่อยยุบอีกต่อไป จึงเริ่มหาวิธีดูแลผิ วแบบธรรมชาติ ๆ ไม่ต้องการใช้เคมีอีก เพราะผิวน่าจะดื้อยาขึ้นเรื่อย ๆ
ช่วงนี้ ซื้อ TCA มาแต้มเองด้วยค่ะ (ชอบลอง ^^) หวังผลในการลดรอยแผลเป็น
8. พ.ศ. 2560 ใช้วิธีพอกสมุนไพรต่าง ๆ ช่วยให้ประคับประคองสิวไปได้ แต่ก็ไม่หายหรือดีขึ้นมากนัก และเป็นวิธีที่ค่อนข้างใช้ เวลาในการเตรียม จึงไม่ได้ทำเป็นประจำ
9. พ.ศ. 2560 ประมาณ ต้นเดือนสิงหาคม เจอคลิปคุณบีมใน youtube "ทำไมใช้น้ำมันมะพร้าวแล้วสิวขึ้น" กำลังใช้น้ำมันมะพร้าวในการดูแลผิวหน้า เพราะต้องการลดการใช้เคมีทุกชนิดกับผิว และเจอคลิปอื่น ๆ ที่ตรงกับเรา คือ "วิธีล้างหน้าลดสิวอุดตัน (เหมาะสำหรับผิวเป็นสิว & แพ้ง่าย) สไตล์ #บีมสิวซีเคร็ต" เห็นว่าทำตามได้ง่าย ๆ จึงเริ่มปฏิบัติตาม และตามหาคุณบีมใน fb จนเจอ และผูกปิ่นโตมาจนถึงปัจจุบัน
วันจันทร์ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2560
คีเฟอร์แก้วแรก (Kefir first drink)
แก้วแรก เพื่อก้าวต่อไปในการทำความสะอาดลำไส้ สู่เป้าหมายหน้าใสไร้สิวตลอดไป
แก้วนี้มีอะไร
1.หมัก 48 ชั่วโมงเพื่อให้ได้สารอาหารที่ดีครบถ้วนที่สุด
2.ใช้นมแพะ ไม่ใช้นมวัวเพื่อลดการกินสิ่งที่ทำให้เกิดสิว (แอบอยากลองหมักน้ำกะทิดูบ้าง ท่าทางน่าอร่อย)
3. ไม่ถนัดของเปรี้ยวและไม่ชินกับกลิ่นนมแพะ ต้องปรุงรสกันบ้างด้วยน้ำผึ้งธรรมชาติ (raw honey)
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)